ถอดบทเรียนจากเวทีโลก ACI 2026 เมื่อสนามบินยุคใหม่ ไม่ได้แข่งกันที่ขนาด แต่แข่งกันที่ "ความฉลาด" ของเทคโนโลยี

Read More
จากการประชุม Airports Council International Asia-Pacific & Middle East 2026 ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า อุตสาหกรรมการบินระดับโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยมีการเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์เชิงสถิติที่น่าจับตาว่า ภายในปี 2040 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพียงภูมิภาคเดียว จะมีปริมาณผู้โดยสารสูงถึง 10,000 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่เทียบเท่ากับจำนวนผู้โดยสารทั่วโลกรวมกันในปัจจุบัน การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ส่งผลให้เกิดการคาดการณ์เม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกที่อาจสูงถึง 2.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐในทศวรรษหน้าเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน ทว่า ในยุคที่ข้อจำกัดด้านพื้นที่และการก่อสร้างทางกายภาพเพิ่มสูงขึ้น เพียงแค่การขยายรันเวย์หรืออาคารผู้โดยสารเพิ่มอาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนอีกต่อไป ยุทธศาสตร์สำคัญที่ผู้นำด้านเทคโนโลยีการบินต้องร่วมมือกันตอบโจทย์คือ การนำนวัตกรรมดิจิทัลมาปลดล็อกขีดความสามารถ ของท่าอากาศยานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วย 3 แกนหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่อนาคต

 

 

 

1. Total Airport Management (TAM)

หัวใจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารโดยไม่ต้องพึ่งพาการขยายพื้นที่ทางกายภาพ คือการยกระดับระบบปฏิบัติการไปสู่ Total Airport Management (TAM) ซึ่งเป็นวิวัฒนาการขั้นกว่าของระบบ A-CDM เดิม โดยการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลให้เป็นระบบส่วนกลางที่มีความชาญฉลาด
ภายใต้แนวคิด The Triad of Efficiency ระบบ TAM จะเข้าไปเชื่อมโยงภาคส่วนหลัก 3 ส่วนเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ:
  • Airport Terminal: การบริหารจัดการการไหลเวียนของผู้โดยสารภายในอาคาร (Passenger Flow)
  • Airspace: การบริหารจัดการน่านฟ้าและลำดับเที่ยวบินโดยระบบควบคุมการจราจรทางอากาศ (ATC)
  • Airfield: การบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานรันเวย์และทางขับภาคพื้น (Runway & Taxiway Optimization)
การเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้เกิดฐานข้อมูลกลางที่พนักงานภาคพื้น ท่าอากาศยาน และหอบังคับการบิน สามารถมองเห็นและใช้งานข้อมูลชุดเดียวกันในเวลาแบบเรียลไทม์ การเชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อนี้ช่วยลดเวลาเครื่องบินค้างบนรันเวย์ เพิ่มความแม่นยำในการจัดสรรทรัพยากรล่วงหน้า และยกระดับขีดความสามารถของท่าอากาศยานให้สามารถรองรับเที่ยวบินหนาแน่นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. Agentic AI & Advanced Crisis Management

เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของท่าอากาศยานและสายการบินมากที่สุดไม่ใช่ความล่าช้าของเที่ยวบิน แต่คือ “Information Void” หรือช่องว่างด้านข้อมูลที่ทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงหน้างานได้ ภายในงาน ACI 2026 ได้มีการนำเสนอต้นแบบการแก้ไขปัญหานี้ด้วย Agentic AI ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการดิจิทัลส่วนกลาง ทำงานร่วมกันผ่าน AI Agents ที่แบ่งโครงสร้างหน้าที่อย่างเป็นระบบ:
Intake Agent: ทำหน้าที่รับข้อมูลจำเพาะและความต้องการของผู้โดยสารแบบรายบุคคลเพื่อสร้างฐานข้อมูลที่แม่นยำ
Analyst Agent: คำนวณความต้องการหน้างานแบบเรียลไทม์ เพื่อแจ้งเตือนระบบซัพพลายเชนให้ปรับเปลี่ยนกำลังการผลิตและบริการให้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารตกค้าง
Logistics & Supply Agent: ค้นหาทางออกและประสานงานโดยอัตโนมัติร่วมกับพันธมิตรภายนอก ทั้งโรงแรม รถบัสรับส่ง ตลอดจนการสั่งการเติมเสบียงและอุปกรณ์ช่วยเหลือไปยังประตูทางออกขึ้นเครื่องล่วงหน้า
Dispatch Agent: ส่งผ่านข้อมูลสถานการณ์ที่อัปเดตวินาทีต่อวินาที ไปยังอุปกรณ์สื่อสารของเจ้าหน้าที่หน้างานทุกคนพร้อมกัน เพื่อลดความสับสนและสร้างมาตรฐานการสื่อสารที่เป็นหนึ่งเดียว
เทคโนโลยี AI รูปแบบใหม่นี้กำลังเปลี่ยนผ่านโมเดลการทำงานจากการตั้งรับไปสู่การพยากรณ์และแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเกิดวิกฤต

3. Greenfield Vision & Net Zero

ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค ท่าอากาศยานที่สร้างใหม่ในรูปแบบ Greenfield Airports เช่น โครงการ Long Thanh ในเวียดนาม หรือ King Salman ในซาอุดีอาระเบีย กำลังแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบของการวางระบบเทคโนโลยีที่เหนือกว่าท่าอากาศยานเดิมที่ต้องใช้วิธีปรับปรุงระบบเก่า ที่มีความซับซ้อนสูง
ท่าอากาศยานยุคใหม่สามารถผสานรวมนวัตกรรมแห่งอนาคตลงไปในงานวิศวกรรมและการออกแบบได้ตั้งแต่เริ่มต้น:
  • Touchless & Biometric Journey: การวางระบบตรวจสอบตัวตนด้วยอัตลักษณ์บุคคล (Decentralized Biometrics) ที่ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อผ่าน Digital Identity ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความสะดวกรวดเร็ว
  • Sustainability by Design: การนำ AI มาใช้วิเคราะห์และควบคุมการใช้พลังงานภายในอาคารผู้โดยสารตามความหนาแน่นของผู้โดยสารจริง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนท่าอากาศยานไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Green Airport) และเป้าหมาย Net Zero 2050

 

 

บทสรุปจากการประชุม ACI 2026 ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า ท่าอากาศยานในยุคถัดไป คือ “Strategic Hub” หรือเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนความมั่งคั่งร่วมกันทางเศรษฐกิจ (Airports as Engines of Shared Prosperity) ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยีการบิน (Aviation Tech) SKYICT มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบนิเวศการบิน (Aviation Ecosystem) ด้วยการผสานพลังเทคโนโลยีอัจฉริยะ ทั้งระบบบูรณาการข้อมูล (TAM), ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีชีวมิติ (Biometrics) และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อยกระดับมาตรฐานท่าอากาศยานและอุตสาหกรรมการบินไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางระดับโลก (Aviation Hub) อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

 

ส่งข้อความถึงเรา

ข้อความสำหรับขอความยินยอมในหน้าเว็บไซต์ https://www.skyict.co.th หากท่านยินยอมให้ทางบริษัทประมวลผลข้อมูลในกรณีใดๆ กรุณาทำเครื่องหมาย / ในช่อง ด้านหน้า

ติดต่อเรา

เราจะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคม ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น