เรียน ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน ปี 2568 เป็นปีที่สำคัญอีกหนึ่งปีสำหรับ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) (“กลุ่มบริษัทฯ”) ในการยืนหยัดพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเสริมสร้างบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค ด้วยการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ เทคโนโลยีด้านการบิน (Aviation Tech as a Service) ซึ่งเป็นหนึ่งในขับเคลื่อนหลักของรายได้และการเติบโตของบริษัทฯ แม้ว่าการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังคงมีความผันผวน แต่ปริมาณผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกในประเทศยังคงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการระบบเทคโนโลยีสำหรับท่าอากาศยานยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนการขยายตัวของรายได้รวมของกลุ่มในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมีบริษัทย่อยที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความหลากหลายของโครงสร้างธุรกิจ อาทิ บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักในการให้คำปรึกษา ออกแบบพัฒนา จัดจำหน่ายและติดตั้ง ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ รวมถึงการบริการบำรุงดูแลรักษาสำหรับงานโครงการที่เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัย ระบบกล้องวงจรปิด ให้แก่ภาครัฐและภาคเอกชน บริษัท เมทเธียร์ จำกัด ที่เป็นกำลังหลักในการบุกภาคเอกชนด้วยธุรกิจให้บริการการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะ พร้อมขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยบุคลากรมืออาชีพและเทคโนโลยีระดับโลก และ บริษัท สกาย ซีซี จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการงานลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Service Management) ครอบคลุมทั้งช่องทางดิจิทัลและรูปแบบดั้งเดิม บริษัทย่อยแต่ละแห่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและทำงานประสานกันภายใต้ทิศทางและการกำกับดูแลของบริษัทแม่ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ความแข็งแกร่งของธุรกิจยังสะท้อนให้เห็นจากการที่กลุ่มบริษัทฯ มี Backlog งานที่มีมูลค่ามากกว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งจะถูกรับรู้เป็นรายได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 6–7 ปีข้างหน้า ช่วยสร้างความมั่นคงและความต่อเนื่องในการเติบโตของผลประกอบการในระยะยาว

ในด้าน ธรรมาภิบาลและความยั่งยืน กลุ่มบริษัทฯ ยังได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานภายนอก โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับการประเมินการกํากับดูแลกิจการ CGR ในระดับ ดีเลิศ หรือ “5 ดาว" และได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ในระดับสูงสุด “AAA” ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานที่ผสานหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และมีมาตรฐาน นับเป็นหนึ่งในองค์กรเทคโนโลยีรายสำคัญที่ได้รับการประเมินอย่างโดดเด่นในตลาดทุนไทย ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

กลุ่มบริษัทฯ ยังคงยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการพัฒนาองค์กรตามแนวปฏิบัติที่ดีทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การเติบโตของธุรกิจเกิดขึ้นคู่ไปกับการสร้างผลประโยชน์ที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและชุมชน รวมถึงการตอบสนองต่อความคาดหวังของนักลงทุนสถาบันและผู้ถือหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในบริบทของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย การเพิ่มศักยภาพของบุคลากร และการเสริมสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการของเราให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ พร้อมเน้นโมเดลรายได้ที่หลากหลาย อาทิ รายได้จากโครงการ (Project-based Revenue), รายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) และรายได้จากสัญญาระยะยาว (Concession Revenue) เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและลดความเสี่ยงด้านรายได้ในระยะยาว

ข้าพเจ้าในฐานะประธานกรรมการ มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งต่อความสำเร็จและการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ ตลอดปี 2568 และขอขอบคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน บุคลากร ลูกค้า และพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของเราเป็นอย่างดี ในปีต่อไป กลุ่มบริษัทฯ จะยังคงเดินหน้าอย่างมั่นคง มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของภูมิภาค พร้อมทั้งรักษามาตรฐานการดำเนินงานที่เป็นเลิศและยั่งยืนต่อไป

ศ.ดร. สมคิด เลิศไพฑูรย์

ประธานกรรมการบริษัท

ติดต่อเรา

เราจะเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคม ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น