ท่ามกลางมรสุมความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้แผนที่การบินโลกต้องปรับตัวขนานใหญ่ แต่สำหรับประเทศไทย นี่คือ “โอกาสทอง” ในการก้าวขึ้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สายการบินทั่วโลกต่างจับตามอง
คุณสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก ปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2569 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยสนามบินหลักภายใต้การดูแลของ AOT เติบโตเฉลี่ย 8% ขณะที่สนามบินในสังกัดกรมท่าอากาศยานขยายตัวสูงถึง 15%

Smart Flow: เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ทำให้สนามบิน “Lean” และ “Fast”
เมื่อปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ความท้าทายคือการบริหารจัดการพื้นที่เดิมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด SKY ICT จึงชูนวัตกรรม Smart Flow เข้ามาปฏิวัติการให้บริการภายในสนามบิน:
- Predictive Analytics
ระบบวิเคราะห์และคาดการณ์ความหนาแน่นของผู้โดยสารล่วงหน้า - End-to-End Tracking
ติดตามและอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารตั้งแต่จุด Drop-off ไปจนถึง Gate - Process Optimization
ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับผู้โดยสารได้ถึง 20-30% โดยไม่ต้องก่อสร้างอาคารเพิ่ม ช่วยลดต้นทุน (Lean) และสร้างผลกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ

SKY ICT ไม่ได้หยุดเพียงแค่การบริหารจัดการความเร็ว แต่ยังวางรากฐานสู่ความยั่งยืนผ่านโครงการ Green Airport โดยมุ่งเน้นการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผ่านเทคโนโลยีประหยัดพลังงานอัจฉริยะ และการเตรียมรุกธุรกิจ Green Energy อย่างเต็มรูปแบบในอีก 1-2 ปีข้างหน้า
ด้วยโมเดลธุรกิจแบบ As-a-Service ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนให้ก่อนและเก็บค่าบริการภายหลัง จะช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐในขณะที่ยังสามารถขับเคลื่อนนโยบาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม เปลี่ยนสนามบินไทยจากสถานที่ให้บริการแบบเดิม ให้กลายเป็น Smart & Sustainable Ecosystem ที่พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงของโลก
วิกฤตการบินโลกในวันนี้ คือบทพิสูจน์ความพร้อมของประเทศไทย SKY ICT เชื่อมั่นว่าการผสานรวมระหว่าง “ข้อมูลอัจฉริยะ” และ “พลังงานสะอาด” จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สนามบินไทยไม่เพียงแค่ยืนหยัดได้ในวิกฤต แต่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการบินที่ยั่งยืนในระดับสากลได้อย่างแท้จริง



